LUNA บาคาร่าสายฟ้า เข้าใจตัวคูณและกติกาตัดสินผลในแต่ละรอบ

บาคาร่าสายฟ้า เป็นรูปแบบหนึ่งของ บาคาร่าออนไลน์ ที่ใช้กติกาแจกไพ่และตัดสินผู้ชนะเช่นเดียวกับบาคาร่าแบบมาตรฐาน แต่เพิ่มระบบ Lightning Cards และตัวคูณเข้ามาในช่วงหลังปิดรับเดิมพัน จุดสำคัญที่ต้องแยกให้ออกคือ ตัวคูณไม่ได้เปลี่ยนแต้มไพ่หรือทำให้ฝั่งใดเป็นผู้ชนะ ผลของ Player, Banker หรือ Tie ยังคงตัดสินจากคะแนนสุดท้ายตามกติกาบาคาร่า ส่วนตัวคูณจะถูกนำมาใช้คำนวณผลตอบแทนเมื่อไพ่ในฝั่งที่ชนะตรงกับ Lightning Card ที่ระบบเลือกไว้เท่านั้น

หนึ่งรอบเริ่มจากระบบเปิดรับเดิมพัน ผู้เล่นจึงเลือก Player หากคาดว่าฝั่งผู้เล่นจะมีแต้มสูงกว่า เลือก Banker หากคาดว่าฝั่งเจ้ามือจะมีแต้มสูงกว่า หรือเลือก Tie หากคาดว่าทั้งสองฝั่งจะมีคะแนนเท่ากัน เมื่อหมดเวลา ระบบจะปิดรับรายการและไม่ควรอนุญาตให้เปลี่ยนยอดของรอบนั้น จากนั้นจึงเข้าสู่ Lightning Round ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการแจกไพ่จริง ช่วงนี้ระบบสุ่มจะเลือก Lightning Cards จำนวน 1–5 ใบจากสำรับเสมือน 52 ใบ พร้อมกำหนดตัวคูณให้ไพ่แต่ละใบเป็น 2x, 3x, 4x, 5x หรือ 8x ตามรูปแบบมาตรฐานของ Lightning Baccarat จาก Evolution

Lightning Card ระบุไพ่แบบเจาะจงทั้งหน้าไพ่และดอก เช่น 8 โพแดงหรือ K โพดำ ไม่ได้หมายถึงไพ่เลข 8 หรือไพ่ K ทุกดอก หากระบบเลือก 8 โพแดงเป็น Lightning Card แต่ไพ่ที่แจกออกมาเป็น 8 ดอกจิก จะไม่ถือว่าเป็นไพ่ใบเดียวกัน หลังระบบแสดง Lightning Cards และตัวคูณเรียบร้อยแล้ว ดีลเลอร์จึงแจกไพ่ให้ Player และ Banker ฝั่งละสองใบ ไพ่ที่แจกจริงจะถูกใช้ทั้งสำหรับคำนวณแต้มและตรวจว่ามีใบใดตรงกับ Lightning Card หรือไม่

การนับแต้มใช้หลักเดียวกับบาคาร่าแบบปกติ ไพ่ A มีค่า 1 แต้ม ไพ่ 2–9 มีค่าตามหน้าไพ่ ส่วนไพ่ 10, J, Q และ K มีค่า 0 แต้ม หากผลรวมเกิน 9 จะพิจารณาเฉพาะเลขหลักหน่วย เช่น 7 กับ 8 รวมเป็น 15 จึงนับเป็น 5 แต้ม ขณะที่ 9 กับ 6 รวมเป็น 15 ก็นับเป็น 5 แต้มเช่นกัน ฝั่งที่มีคะแนนสุดท้ายใกล้ 9 มากกว่าเป็นผู้ชนะ หากทั้งสองฝั่งมีคะแนนเท่ากัน ผลจะออก Tie โดยไม่เกี่ยวกับว่าฝั่งใดมี Lightning Card มากกว่า

หากไพ่สองใบแรกของ Player หรือ Banker รวมได้ 8 หรือ 9 จะเรียกว่า Natural และรอบจะเข้าสู่การตัดสินผลโดยไม่จั่วไพ่เพิ่ม แต่ถ้าไม่มี Natural การจั่วไพ่ใบที่สามจะเป็นไปตามตารางกติกา ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจของผู้เล่น Player จั่วเมื่อมี 0–5 แต้มและหยุดเมื่อมี 6–7 แต้ม ส่วน Banker ต้องพิจารณาทั้งคะแนนของตัวเองและไพ่ใบที่สามของ Player หาก Player ไม่จั่ว Banker จะจั่วเมื่อมี 0–5 แต้มและหยุดเมื่อมี 6–7 แต้ม แต่ถ้า Player จั่ว ไพ่ใบที่สามของ Player จะเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมในการตัดสินว่า Banker ต้องจั่วหรือหยุด

ตัวอย่างเช่น หาก Banker มี 3 แต้ม จะจั่วเกือบทุกกรณี ยกเว้นเมื่อไพ่ใบที่สามของ Player เป็น 8 หาก Banker มี 4 แต้ม จะจั่วเมื่อไพ่ใบที่สามของ Player เป็น 2–7 หากมี 5 แต้ม จะจั่วเมื่อไพ่ใบนั้นเป็น 4–7 และหากมี 6 แต้ม จะจั่วเฉพาะเมื่อไพ่ใบที่สามของ Player เป็น 6 หรือ 7 ส่วน Banker ที่มี 7 แต้มต้องหยุด กฎชุดนี้ทำงานโดยอัตโนมัติ ผู้เล่นไม่สามารถสั่งจั่วหรือเลือกหยุดเองได้ ดังนั้นการเห็นไพ่ใบที่สามถูกแจกไม่ได้หมายความว่าดีลเลอร์เลือกตามความต้องการ แต่เป็นการทำตามตารางบังคับของเกม

เมื่อตัดสินผู้ชนะแล้ว ระบบจึงตรวจว่าไพ่ในมือที่ชนะตรงกับ Lightning Card หรือไม่ หากไม่มีไพ่ตรงกัน รายการที่เลือกฝั่งถูกจะได้รับการคำนวณตามอัตราพื้นฐานของเกมหลังหักค่าธรรมเนียมหรือเงื่อนไขที่กำหนด หากมีไพ่ตรงกัน ตัวคูณของไพ่ใบนั้นจะถูกนำมาใช้กับผลตอบแทน หากมือที่ชนะมี Lightning Card มากกว่าหนึ่งใบ ตัวคูณจะถูกนำมารวมตามกลไกของเกม ซึ่งทำให้ผลคูณสูงขึ้น เช่น ไพ่สองใบที่มีตัวคูณ 2x และ 4x สามารถสร้างตัวคูณรวม 8x ได้ หลักสำคัญคือ ต้องเลือกฝั่งที่ชนะและฝั่งนั้นต้องมีไพ่ตรงกับ Lightning Card การมีไพ่สายฟ้าอยู่ในฝั่งที่แพ้ไม่ทำให้รายการฝั่งนั้นได้รับผลตอบแทน

รูปแบบมาตรฐานสามารถมีตัวคูณรวมสูงสุด 512x สำหรับ Player หรือ Banker เพราะหนึ่งมือมีไพ่ได้สูงสุดสามใบ และตัวคูณต่อใบสูงสุดอยู่ที่ 8x เมื่อนำ 8 × 8 × 8 จึงได้ 512 ส่วน Tie มีโอกาสตรวจไพ่จากทั้งสองมือซึ่งรวมได้สูงสุดหกใบ ตัวเลขตัวคูณจึงสามารถสูงกว่าได้ อย่างไรก็ตาม ตัวคูณสูงสุดเป็นเพียงขอบเขตทางคณิตศาสตร์ของระบบ ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นบ่อย เพราะต้องเกิดหลายเงื่อนไขพร้อมกัน ทั้งผลเดิมพันถูกต้อง ไพ่ที่แจกตรงกับ Lightning Cards หลายใบ และแต่ละใบได้รับตัวคูณระดับสูง

อีกจุดที่ต้องตรวจคือ Lightning Fee ใน Lightning Baccarat รูปแบบมาตรฐานมีค่าธรรมเนียมสายฟ้า 20% ซึ่งแสดงร่วมกับยอดเดิมพัน ค่าธรรมเนียมนี้เป็นต้นทุนสำหรับการเข้าถึงระบบตัวคูณ จึงต้องนำมาพิจารณาก่อนยืนยันรายการ ไม่ควรดูเฉพาะตัวเลขเดิมพันบน Player, Banker หรือ Tie แล้วคิดว่ายอดที่ถูกหักจะเท่ากันกับบาคาร่าแบบปกติเสมอ ผู้เล่นควรตรวจยอดเดิมพัน ค่าธรรมเนียม และยอดรวมที่ระบบแสดงก่อนหมดเวลา โดยเฉพาะเมื่อเลือกมากกว่าหนึ่งตำแหน่งในรอบเดียวกัน

Lightning Baccarat กับ XXXtreme Lightning Baccarat ไม่ใช่เกมเดียวกัน แม้ใช้แนวคิดตัวคูณคล้ายกัน รุ่น XXXtreme สามารถเลือก Lightning Cards ได้ 4–8 ใบ มีตัวคูณสูงสุดต่อใบถึง 10x และใช้ค่าธรรมเนียม 50% ส่วนรุ่นมาตรฐานเลือก 1–5 ใบ ตัวคูณต่อใบสูงสุด 8x และใช้ค่าธรรมเนียม 20% การนำข้อมูลของรุ่นหนึ่งไปคำนวณอีกรุ่นจึงทำให้เข้าใจอัตราจ่ายและต้นทุนผิดได้ ก่อนเริ่มแต่ละโต๊ะควรอ่านชื่อเกม ตารางจ่าย จำนวน Lightning Cards ช่วงตัวคูณ และค่าธรรมเนียมจากหน้ากติกาของโต๊ะนั้นโดยตรง

ระบบสุ่มใน Lightning Round ทำหน้าที่เลือกไพ่สายฟ้าและกำหนดตัวคูณ แต่ไพ่ที่แจกจริงยังถูกใช้ตัดสินผลตามกติกาบาคาร่า การเห็นไพ่บางใบได้รับตัวคูณต่อเนื่องในหลายรอบจึงไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดซ้ำ และไพ่ที่ไม่ปรากฏเป็นเวลานานก็ไม่ได้มีสิทธิ์ออกมากกว่าในรอบถัดไป แต่ละรอบต้องผ่านกระบวนการเลือกใหม่ ประวัติผลและสกอร์บอร์ดจึงมีหน้าที่บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้เปิดเผย Lightning Cards หรือตัวคูณของรอบที่ยังไม่เริ่ม

เมื่อผลประกาศ ผู้เล่นควรตรวจข้อมูลสามส่วนร่วมกัน ได้แก่ ฝั่งที่ชนะ ไพ่ที่อยู่ในมือชนะ และ Lightning Cards ของรอบนั้น หากผลเดิมพันถูกแต่ยอดไม่ถูกคูณ สาเหตุอาจเป็นเพราะไม่มีไพ่ในมือชนะตรงกับไพ่สายฟ้า หรือไพ่มีหน้าเหมือนกันแต่คนละดอก หากมีไพ่ตรงกันควรตรวจตัวคูณ ค่าธรรมเนียม เลขรอบ และประวัติรายการก่อนติดต่อฝ่ายดูแล การใช้เลขรอบช่วยแยกข้อมูลแต่ละเกมได้แม่นยำกว่าการอธิบายจากเวลาหรือภาพบนหน้าจอเพียงอย่างเดียว

ลูน่า จึงนำเสนอ บาคาร่าสายฟ้าในฐานะเกมที่ซ้อนระบบตัวคูณลงบนกติกาบาคาร่ามาตรฐาน ผู้เล่นจำเป็นต้องเข้าใจสองกระบวนการแยกกันให้ชัด กระบวนการแรกคือการแจกไพ่ นับแต้ม และใช้กฎไพ่ใบที่สามเพื่อตัดสิน Player, Banker หรือ Tie กระบวนการที่สองคือการตรวจไพ่ในมือชนะกับ Lightning Cards เพื่อคำนวณผลตอบแทน การอ่านทั้งสองส่วนพร้อมค่าธรรมเนียมทำให้เข้าใจผลของแต่ละรอบจากข้อมูลจริง โดยไม่ตีความว่าตัวคูณเป็นเครื่องมือทำนายผู้ชนะหรือเป็นหลักประกันว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงทุกครั้ง

สารบัญ

บาคาร่าสายฟ้าแตกต่างจากบาคาร่าแบบปกติตรงส่วนใด

บาคาร่าสายฟ้า ใช้โครงสร้างหลักของบาคาร่าแบบปกติ ตั้งแต่การเลือก Player, Banker หรือ Tie ไปจนถึงการแจกไพ่ นับแต้ม และใช้ กฎไพ่ใบที่สาม ความแตกต่างเริ่มหลังปิดรับเดิมพัน เมื่อระบบเพิ่ม Lightning Round เพื่อเลือกไพ่สายฟ้าและกำหนดตัวคูณก่อนแจกไพ่จริง ตัวคูณจึงเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับคำนวณผลตอบแทน ไม่ใช่กติกาชุดใหม่สำหรับตัดสินว่าฝั่งใดชนะ

อีกส่วนที่ต่างกันคือค่าธรรมเนียม Lightning Fee ซึ่งรุ่นมาตรฐานกำหนดไว้ 20% ของยอดเดิมพัน ผู้เล่นจึงต้องตรวจยอดรวมก่อนยืนยันรายการ ไม่ควรเปรียบเทียบเฉพาะอัตราจ่ายที่แสดงโดยมองข้ามต้นทุนส่วนนี้ บาคาร่าสายฟ้ามีโอกาสเกิดผลตอบแทนแบบตัวคูณ แต่ต้องแลกกับค่าธรรมเนียมที่เพิ่มเข้ามาในทุกรอบ ไม่ว่ารอบนั้นจะมีไพ่สายฟ้าตรงกับมือที่ชนะหรือไม่ก็ตาม

กติกานับแต้มและการตัดสิน Player, Banker และ Tie ยังคงเดิมอย่างไร

การนับแต้มไม่ได้เปลี่ยนไปตามจำนวน Lightning Cards หรือตัวคูณ ไพ่ A มีค่า 1 แต้ม ไพ่หมายเลข 2–9 มีค่าตามหน้าไพ่ ส่วน 10, J, Q และ K มีค่า 0 แต้ม หากผลรวมมีตั้งแต่สองหลักขึ้นไปจะใช้เฉพาะเลขหลักหน่วย เช่น 7 กับ 6 รวมเป็น 13 จึงนับเป็น 3 แต้ม และ 9 กับ 8 รวมเป็น 17 จึงนับเป็น 7 แต้ม

เมื่อแจกไพ่ครบตามกติกา ฝั่งที่มีคะแนนใกล้ 9 มากกว่าเป็นผู้ชนะ หาก Player มีแต้มสูงกว่าจะออก Player หาก Banker สูงกว่าจะออก Banker และถ้าทั้งสองฝั่งมีคะแนนเท่ากันจะออก Tie ตัวคูณของไพ่ไม่มีสิทธิ์เพิ่มคะแนน เช่น Player มี 7 แต้มและมี Lightning Card 8x ขณะที่ Banker มี 8 แต้ม ผลของรอบยังคงเป็น Banker เพราะ ตัวเลข 8x ไม่ได้ถูกนำไปรวมกับแต้มไพ่

กฎ Natural และไพ่ใบที่สามยังคงทำงานตามบาคาร่าแบบมาตรฐาน หากไพ่สองใบแรกของฝั่งใดฝั่งหนึ่งรวมได้ 8 หรือ 9 จะเป็น Natural และหยุดจั่ว ส่วนรอบที่ไม่มี Natural จะใช้คะแนนของ Player รวมถึงไพ่ใบที่สามของ Player เป็นเงื่อนไขกำหนดการจั่วของ Banker ผู้เล่นและดีลเลอร์จึงไม่สามารถเลือกจั่วหรือหยุดตามตัวคูณที่ปรากฏได้

Lightning Cards เพิ่มเข้ามาในช่วงใดของรอบ

ระบบเปิดรับเดิมพันเป็นขั้นตอนแรก เมื่อหมดเวลาแล้วจึงปิดรับรายการและเข้าสู่ Lightning Round ก่อนการแจกไพ่จริง ในบาคาร่าสายฟ้ารุ่นมาตรฐาน ระบบสุ่มเลือก Lightning Cards จำนวน 1–5 ใบจากสำรับเสมือน 52 ใบ พร้อมกำหนดตัวคูณ 2x, 3x, 4x, 5x หรือ 8x ให้ไพ่แต่ละใบ จากนั้นจึงเริ่มแจกไพ่ให้ Player และ Banker ตามลำดับปกติ games.evolution.com

ไพ่สายฟ้าที่เลือกจะระบุทั้งหน้าไพ่และดอก เช่น A โพดำหรือ 7 ข้าวหลามตัด จึงไม่ใช่การเลือกเฉพาะเลขหรือหน้าไพ่ หากระบบแสดง 7 ข้าวหลามตัด แต่ฝั่งที่ชนะได้รับ 7 โพแดง ไพ่สองใบนี้จะไม่ถือว่าตรงกัน หลังประกาศผล ระบบต้องเปรียบเทียบไพ่จริงในมือที่ชนะกับรายการ Lightning Cards ของรอบเดียวกัน

ลำดับดังกล่าวทำให้ผู้เล่นเห็นไพ่สายฟ้าและตัวคูณก่อนแจกไพ่ แต่ไม่สามารถเพิ่มหรือเปลี่ยนเดิมพันหลังทราบข้อมูลนั้นได้ เพราะช่วงรับเดิมพันปิดไปแล้ว การแสดง Lightning Cards จึงมีหน้าที่กำหนดเงื่อนไขตัวคูณของรอบ ไม่ได้เปิดโอกาสให้เลือกเดิมพันจากไพ่สายฟ้าที่ปรากฏ

ตัวคูณเปลี่ยนผลตอบแทนโดยไม่เปลี่ยนผลแพ้ชนะอย่างไร

หลังจบรอบ ระบบจะตัดสิน Player, Banker หรือ Tie จากคะแนนก่อน แล้วจึงตรวจตัวคูณเป็นขั้นตอนถัดไป หากผู้เล่นเลือกฝั่งถูกและมือที่ชนะไม่มีไพ่ตรงกับ Lightning Card ระบบจะคำนวณตามอัตราพื้นฐานและเงื่อนไขค่าธรรมเนียมของเกม แต่ถ้ามือที่ชนะมีไพ่ตรงกัน ผลตอบแทนจะถูกปรับด้วยตัวคูณของไพ่ใบนั้น

สมมติว่า Player ชนะด้วยไพ่ 4 โพดำและ 5 โพแดง หาก 4 โพดำเป็น Lightning Card 3x รายการที่เลือก Player จะเข้าเงื่อนไขตัวคูณ แต่ถ้าไพ่สายฟ้าอยู่ในมือ Banker ซึ่งเป็นฝั่งแพ้ ผู้เลือก Player จะชนะตามผลปกติและไม่ได้รับตัวคูณจากไพ่ของ Banker ส่วนผู้เลือก Banker ยังคงแพ้ แม้ฝั่งนั้นจะมีไพ่สายฟ้าก็ตาม

หากมือที่ชนะมีไพ่สายฟ้ามากกว่าหนึ่งใบ ตัวคูณสามารถนำมาคำนวณร่วมกันตามกติกาของเกม เช่น 2x กับ 4x สามารถให้ผลคูณรวมเป็น 8x รุ่นมาตรฐานจึงมีตัวคูณรวมสูงสุด 512x สำหรับ Player หรือ Banker เมื่อไพ่ทั้งสามใบตรงกับ Lightning Cards ที่ได้รับตัวคูณ 8x ทุกใบ อย่างไรก็ตาม ตัวคูณสูงสุดเป็นขีดจำกัดของระบบ ไม่ใช่ผลที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น

ทำไมไพ่สายฟ้าจึงต้องตรงกับไพ่ในฝั่งที่ชนะ

Lightning Card เป็นเงื่อนไขเพิ่มมูลค่าให้ไพ่ที่มีส่วนอยู่ในผลชนะ ไม่ใช่รางวัลสำหรับการปรากฏของไพ่ใดก็ได้บนโต๊ะ ระบบจึงตรวจสองเงื่อนไขตามลำดับ ได้แก่ รายการเดิมพันต้องตรงกับผลของรอบ และมือที่ชนะต้องมีไพ่ตรงกับ Lightning Card หากขาดเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง ตัวคูณจะไม่ถูกนำมาใช้กับรายการนั้น

หลักนี้ช่วยแยกการตัดสินผลออกจากการจ่ายรางวัลอย่างชัดเจน เช่น Banker ชนะ แต่ Lightning Card ปรากฏเฉพาะในมือ Player ผู้เลือก Banker ยังคงเป็นฝ่ายชนะตามคะแนน เพียงไม่ได้รับตัวคูณจากไพ่ในมือที่แพ้ ส่วนผู้เลือก Player ไม่สามารถรับตัวคูณเพื่อชดเชยผลแพ้ได้ เพราะรายการของตนไม่ผ่านเงื่อนไขแรก

ในกรณี Tie ไพ่สายฟ้าที่ตรงกับไพ่ในมือทั้งสองฝั่งอาจถูกนำมาพิจารณาตามเงื่อนไขของตำแหน่ง Tie เนื่องจากผลเสมอเกิดจากคะแนนของ Player และ Banker เท่ากัน แต่ผู้เล่นต้องเลือก Tie ไว้ก่อนปิดรับเดิมพัน จึงจะมีสิทธิ์รับผลตามตำแหน่งนี้ การเลือก Player หรือ Banker ในรอบที่ออก Tie ต้องเป็นไปตามกติกาการคืนยอดหรือการตัดสินรายการที่โต๊ะระบุ ไม่สามารถนำตัวคูณของไพ่มาเปลี่ยนผล Tie ให้เป็นชัยชนะของฝั่งใดฝั่งหนึ่งได้

ดังนั้น ผลแพ้ชนะเกิดจากคะแนน ส่วนผลตอบแทนแบบพิเศษเกิดจากไพ่สายฟ้า การตรวจผลอย่างถูกต้องควรเริ่มจากดูว่า Player, Banker หรือ Tie เป็นฝ่ายชนะ แล้วจึงตรวจว่าไพ่ในผลชนะตรงกับ Lightning Cards ของรอบนั้นหรือไม่ ไม่ควรเริ่มจากตัวคูณเพียงอย่างเดียว เพราะตัวคูณจะไม่มีผลหากรายการเดิมพันหรือไพ่ในมือไม่ผ่านเงื่อนไขที่กำหนดไว้

หนึ่งรอบของ LUNA บาคาร่าสายฟ้าดำเนินไปตามลำดับใด

หนึ่งรอบของบาคาร่าสายฟ้าแบ่งเป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องกัน ตั้งแต่เปิดรับเดิมพัน ปิดรับรายการ สุ่ม Lightning Cards แจกไพ่ ตัดสินผล และคำนวณตัวคูณ การอ่านลำดับให้ถูกต้องช่วยแยกได้ว่าข้อมูลใดใช้ตัดสินผู้ชนะ และข้อมูลใดใช้คำนวณผลตอบแทน โดย ผลแพ้ชนะต้องถูกตัดสินก่อนตรวจตัวคูณเสมอ

เปิดรับเดิมพันและแสดงยอดรวมก่อนปิดรอบ

เมื่อเริ่มรอบใหม่ หน้าจอจะแสดงเวลาที่เหลือ หมายเลขรอบ และตำแหน่งเดิมพันหลัก ได้แก่ Player, Banker และ Tie ผู้เล่นต้องเลือกรายการและกำหนดยอดให้เสร็จก่อนตัวนับเวลาสิ้นสุด หากเลือกมากกว่าหนึ่งตำแหน่ง ระบบควรแสดงยอดของแต่ละรายการแยกจากยอดรวมทั้งหมด

Lightning Baccarat รุ่นมาตรฐานมี Lightning Fee 20% เพิ่มเข้ามาตามยอดเดิมพัน ผู้เล่นจึงควรตรวจทั้งจำนวนเงินที่วางไว้ ค่าธรรมเนียม และยอดที่ระบบจะหักจริง ไม่ควรดูเพียงตัวเลขบนตำแหน่ง Player, Banker หรือ Tie เพราะยอดรวมอาจสูงกว่ายอดเดิมพันพื้นฐาน ส่วนบาคาร่าสายฟ้ารุ่นอื่นอาจกำหนดค่าธรรมเนียมต่างกัน จึงต้องยึดข้อมูลที่แสดงในหน้ากติกาของโต๊ะนั้น

รายการจะสมบูรณ์ต่อเมื่อระบบแสดงสถานะยืนยัน ไม่ใช่ทันทีที่กดเลือกชิป หากอินเทอร์เน็ตล่าช้า การกดในช่วงใกล้หมดเวลาอาจทำให้รายการส่งไม่ทัน แม้หน้าจอยังแสดงชิปชั่วคราวก็ตาม ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปจึงควรตรวจยอดคงเหลือ สถานะรายการ และหมายเลขรอบให้ตรงกัน

สุ่ม Lightning Cards หลังหมดเวลารับเดิมพัน

เมื่อเวลารับเดิมพันสิ้นสุด ระบบจะล็อกรายการทั้งหมดแล้วเข้าสู่ Lightning Round ผู้เล่นไม่สามารถเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนตำแหน่งเดิมพันหลังเห็นไพ่สายฟ้าได้ ในบาคาร่าสายฟ้ารุ่นมาตรฐาน ระบบ RNG จะสุ่ม Lightning Cards จำนวน 1–5 ใบจากสำรับเสมือน 52 ใบ และกำหนดตัวคูณ 2x, 3x, 4x, 5x หรือ 8x ให้ไพ่แต่ละใบ games.evolution.com

Lightning Card ระบุทั้งหน้าไพ่และดอก เช่น Q โพแดงหรือ 6 ดอกจิก การแจกไพ่ Q ข้าวหลามตัดจึงไม่ถือว่าตรงกับ Q โพแดง แม้จะมีค่าแต้มเท่ากันก็ตาม ไพ่สายฟ้าในขั้นตอนนี้ยังไม่ใช่ไพ่ที่ถูกแจกให้ Player หรือ Banker แต่เป็นรายการอ้างอิงที่ระบบจะนำไปเปรียบเทียบกับไพ่จริงหลังตัดสินผล

การสุ่ม Lightning Cards ไม่ได้บอกว่าฝั่งใดจะชนะ เพราะระบบยังไม่ได้ใช้คะแนนของ Player หรือ Banker มาตัดสิน ตัวคูณสูงจึงไม่ใช่สัญญาณว่าฝั่งที่จะได้รับไพ่ใบนั้นมีโอกาสชนะมากขึ้น และการเลือกไพ่สายฟ้าหลายใบก็ไม่ได้เปลี่ยนกฎการแจกไพ่ของรอบนั้น

แจกไพ่สองใบแรกให้ Player และ Banker

หลังแสดง Lightning Cards แล้ว ดีลเลอร์จะแจกไพ่จริงให้ Player และ Banker ฝั่งละสองใบตามลำดับ ไพ่ทั้งสี่ใบนี้ถูกใช้คำนวณคะแนนเริ่มต้น โดย A มีค่า 1 แต้ม ไพ่ 2–9 มีค่าตามหน้าไพ่ ส่วน 10, J, Q และ K มีค่า 0 แต้ม หากผลรวมเกิน 9 จะใช้เฉพาะเลขหลักหน่วย เช่น ไพ่ 8 กับ 7 รวมเป็น 15 จึงนับเป็น 5 แต้ม

ในขั้นตอนนี้ หน้าจออาจแสดงเครื่องหมายกำกับทันทีเมื่อไพ่ที่แจกตรงกับ Lightning Card แต่เครื่องหมายดังกล่าวยังไม่ยืนยันว่าจะเกิดตัวคูณ เพราะต้องรอดูก่อนว่าไพ่ใบนั้นอยู่ในฝั่งที่ชนะหรือไม่ ตัวอย่างเช่น Player ได้ไพ่สายฟ้า 8x แต่ Banker มีคะแนนสูงกว่า ตัวคูณบนไพ่ของ Player จะไม่เปลี่ยนผลให้ Player กลายเป็นฝ่ายชนะ

ผู้เล่นควรแยกระหว่างหน้าไพ่กับค่าแต้มด้วย ไพ่ K โพดำอาจตรงกับ Lightning Card ที่ระบุ K โพดำ แม้ไพ่ K จะมีค่าเพียง 0 แต้มในการนับคะแนน กล่าวคือ ไพ่ใบเดียวกันมีหน้าที่สองส่วน คือใช้หน้าไพ่และดอกตรวจตัวคูณ ขณะที่ใช้ค่าแต้มตัดสินผลของบาคาร่า

ตรวจเงื่อนไข Natural และกฎไพ่ใบที่สาม

เมื่อแจกไพ่สองใบแรกแล้ว ระบบต้องตรวจ Natural ก่อน หาก Player หรือ Banker มี 8 หรือ 9 แต้มจากไพ่สองใบแรก รอบจะหยุดแจกเพิ่มเติมและเข้าสู่การเปรียบเทียบคะแนนทันที ตัวคูณบนไพ่ไม่ได้ยกเลิก Natural และไม่สามารถบังคับให้ฝั่งใดจั่วไพ่เพิ่มเพื่อค้นหา Lightning Card อีกใบได้

หากไม่มี Natural ระบบจึงตรวจการจั่วไพ่ใบที่สาม Player จะจั่วเมื่อมี 0–5 แต้มและหยุดเมื่อมี 6–7 แต้ม หาก Player หยุด Banker จะจั่วเมื่อมี 0–5 แต้มและหยุดเมื่อมี 6–7 แต้ม แต่ถ้า Player จั่วไพ่ใบที่สาม การจั่วของ Banker ต้องพิจารณาคะแนนของ Banker ร่วมกับค่าของไพ่ใบที่สามของ Player ตามตารางบังคับ

ตัวอย่างเช่น Banker ที่มี 3 แต้มจะจั่ว ยกเว้นเมื่อไพ่ใบที่สามของ Player เป็น 8 ส่วน Banker ที่มี 4 แต้มจะจั่วเมื่อไพ่ใบที่สามของ Player เป็น 2–7 ขณะที่ Banker มี 5 แต้มจะจั่วเมื่อไพ่ใบนั้นเป็น 4–7 และ Banker มี 6 แต้มจะจั่วเมื่อไพ่ใบที่สามของ Player เป็น 6 หรือ 7 เท่านั้น กฎเหล่านี้ดำเนินการโดยอัตโนมัติและ ไม่เปลี่ยนตามจำนวนหรือตัวคูณของ Lightning Cards

ประกาศผลพร้อมตรวจไพ่ที่ตรงกับ Lightning Cards

เมื่อแจกไพ่ครบตามกติกา ระบบจะรวมแต้มสุดท้ายของทั้งสองฝั่ง ฝั่งที่มีคะแนนใกล้ 9 มากกว่าเป็นผู้ชนะ หากคะแนนเท่ากันจะออก Tie จากนั้นจึงตรวจไพ่ในมือที่เกี่ยวข้องกับผลชนะว่าใบใดตรงกับ Lightning Cards ของรอบนั้น

การตรวจต้องตรงทั้งหน้าไพ่และดอก รวมถึงต้องเป็นไพ่ในฝั่งที่ชนะด้วย หาก Banker ชนะและมีไพ่ตรงกับ Lightning Card ตัวคูณจะเกี่ยวข้องกับรายการ Banker แต่ถ้า Lightning Card อยู่เฉพาะในมือ Player ซึ่งเป็นฝั่งแพ้ ผู้เลือก Banker ยังชนะตามกติกาปกติแต่ไม่ได้รับตัวคูณจากไพ่ของ Player ส่วนผู้เลือก Player ยังคงแพ้แม้ฝั่งนั้นมีไพ่สายฟ้า

กรณีออก Tie ต้องตรวจตามเงื่อนไขของรายการ Tie และตารางจ่ายของโต๊ะ การมี Lightning Card ในมือหนึ่งหรือทั้งสองฝั่งไม่ได้เปลี่ยน Tie ให้เป็น Player หรือ Banker เพราะ คะแนนสุดท้ายเป็นตัวตัดสินผล ส่วนไพ่สายฟ้าเป็นตัวตรวจผลตอบแทนเพิ่มเติม

คำนวณตัวคูณและบันทึกผลลงในประวัติรายการ

หลังทราบผลและไพ่ที่ตรงกันแล้ว ระบบจึงคำนวณรายการที่ชนะ หากมือชนะไม่มี Lightning Card ตรงกัน จะใช้อัตราพื้นฐานตามกติกาของเกมและนำ Lightning Fee มาพิจารณาตามที่แสดงไว้ หากมีไพ่ตรงกัน ระบบจะใช้ตัวคูณของไพ่ใบนั้นคำนวณผลตอบแทน และถ้ามีไพ่สายฟ้าตรงกันมากกว่าหนึ่งใบ ตัวคูณจะถูกรวมตามสูตรของเกม เช่น 2x และ 4x สามารถเกิดเป็นตัวคูณรวม 8x

เมื่อประมวลผลเสร็จ ประวัติรายการควรแสดงข้อมูลสำคัญ ได้แก่ หมายเลขรอบ เวลาที่ทำรายการ ตำแหน่งที่เลือก ยอดเดิมพัน ค่าธรรมเนียม ผล Player, Banker หรือ Tie ไพ่ที่แจก Lightning Cards ตัวคูณที่เข้าเงื่อนไข และยอดสุทธิที่บันทึกเข้าสู่บัญชี ข้อมูลเหล่านี้ต้องอ้างอิงรอบเดียวกันทั้งหมด

หากภาพถ่ายทอดสด ผลบนโต๊ะ และยอดในประวัติปรากฏไม่พร้อมกัน ควรรอให้สถานะเปลี่ยนเป็นประมวลผลเสร็จก่อน เนื่องจากวิดีโอและข้อมูลรายการอาจเดินทางผ่านระบบคนละส่วน หากยังพบความผิดปกติให้ใช้หมายเลขรอบและรายละเอียดจากประวัติรายการเป็นข้อมูลอ้างอิง ไม่ควรอาศัยภาพหน้าจอที่ไม่มีเลขรอบเพียงอย่างเดียว

ดังนั้น ลำดับที่ถูกต้องของหนึ่งรอบคือ เปิดรับและยืนยันเดิมพัน ปิดรับรายการ สุ่ม Lightning Cards แจกไพ่ ตรวจ Natural และกฎไพ่ใบที่สาม ตัดสินผล ตรวจไพ่สายฟ้า คำนวณตัวคูณ แล้วจึงบันทึกประวัติ การเข้าใจลำดับนี้ช่วยให้ตรวจสอบได้ว่า ตัวคูณเกิดขึ้นหลังรายการถูกยืนยันและมีผลเฉพาะเมื่อผ่านเงื่อนไขครบถ้วน ไม่ได้ถูกใช้เพื่อเลือกผู้ชนะหรือแก้ผลของรอบย้อนหลัง

Lightning Cards และตัวคูณถูกสร้างขึ้นอย่างไรในแต่ละรอบ

Lightning Cards เป็นข้อมูลเสริมที่ระบบสร้างขึ้นหลังปิดรับเดิมพันและก่อนดีลเลอร์แจกไพ่จริง ระบบจะเลือกไพ่จากสำรับเสมือน พร้อมกำหนดตัวคูณให้ไพ่แต่ละใบ แล้วเก็บข้อมูลชุดนั้นไว้เป็นเงื่อนไขประจำรอบ เมื่อการแจกไพ่สิ้นสุดจึงนำ Lightning Cards มาเปรียบเทียบกับไพ่ในมือที่ชนะ กระบวนการนี้แยกจากการนับแต้มและกฎไพ่ใบที่สามอย่างชัดเจน

ระบบสุ่มไพ่สายฟ้า 1–5 ใบจากสำรับเสมือนอย่างไร

หลังหมดเวลารับเดิมพัน ระบบ RNG จะเลือก Lightning Cards จำนวน 1–5 ใบจากสำรับเสมือนที่มีไพ่ครบ 52 ใบ ไพ่แต่ละใบมีตัวตนเฉพาะจากการจับคู่ระหว่างหน้าไพ่กับดอก เช่น 5 โพแดง, 5 โพดำ, 5 ดอกจิก และ 5 ข้าวหลามตัดถือเป็นไพ่คนละใบ แม้มีค่าแต้มในบาคาร่าเท่ากันก็ตาม

จำนวนไพ่สายฟ้าไม่ได้คงที่ทุกรอบ รอบหนึ่งอาจมีเพียงหนึ่งใบ ขณะที่อีกรอบอาจมีหลายใบ การมี Lightning Cards มากขึ้นทำให้มีไพ่อ้างอิงสำหรับตรวจมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องมีไพ่เหล่านั้นปรากฏในการแจกจริง และไม่ได้รับประกันว่ามือที่มีไพ่ตรงกันจะเป็นฝ่ายชนะ

สำรับเสมือนนี้ไม่ได้ถูกนำไปแจกให้ Player หรือ Banker หน้าที่ของมันมีเพียงสร้างรายการไพ่สำหรับตรวจตัวคูณ ส่วนไพ่จริงบนโต๊ะมาจากอุปกรณ์และลำดับการแจกของเกมสด การเรียกไพ่ชุดแรกว่า “สำรับเสมือน” จึงหมายถึงข้อมูลดิจิทัลสำหรับ Lightning Round ไม่ใช่สำรับอีกชุดที่ดีลเลอร์หยิบมาแจก

ตัวคูณ 2x, 3x, 4x, 5x และ 8x ถูกกำหนดให้ไพ่แต่ละใบอย่างไร

เมื่อระบบเลือก Lightning Cards แล้ว ไพ่แต่ละใบจะได้รับตัวคูณแบบสุ่มจากค่าที่เกมกำหนด ได้แก่ 2x, 3x, 4x, 5x หรือ 8x ตัวอย่างเช่น รอบหนึ่งอาจเลือก 3 โพดำ 2x, J ดอกจิก 5x และ 8 ข้าวหลามตัด 3x โดยตัวคูณเป็นคุณสมบัติของไพ่ใบนั้นเฉพาะในรอบปัจจุบัน

ไพ่หน้าเดียวกันจึงไม่จำเป็นต้องได้รับตัวคูณเดิมในรอบถัดไป เช่น A โพแดงอาจได้รับ 2x ในรอบหนึ่ง ได้ 8x ในอีกรอบ หรือไม่ถูกเลือกเป็น Lightning Card เลยก็ได้ ระบบจะสุ่มชุดใหม่หลังปิดรับเดิมพันของแต่ละรอบ ประวัติตัวคูณที่ผ่านมาไม่มีผลบังคับว่าค่าใดต้องเกิดในรอบใหม่

การเห็นตัวคูณ 8x ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับผลตอบแทน 8 เท่าทันที ต้องเกิดเงื่อนไขพร้อมกัน ได้แก่ ผู้เล่นเลือกผลของรอบถูกต้อง ไพ่ 8x ถูกแจกอยู่ในมือที่เข้าเงื่อนไข และไพ่จริงตรงกับ Lightning Card ทั้งหน้าไพ่และดอก หากมี Lightning Cards หลายใบอยู่ในมือที่ชนะ ตัวคูณอาจถูกนำมาคำนวณร่วมกันตามสูตรของเกม แต่ต้องตรวจรายละเอียดจากตารางจ่ายก่อนสรุปยอดสุทธิ

ไพ่ชื่อเดียวกันต้องตรงทั้งแต้มและดอกหรือไม่

ไพ่ที่จะเข้าเงื่อนไขต้องตรงกับ Lightning Card แบบใบต่อใบ ทั้งหน้าไพ่และดอก หากระบบเลือก 9 โพแดงเป็น Lightning Card การแจก 9 โพแดงจริงจึงจะถือว่าตรง ส่วน 9 โพดำหรือ 9 ข้าวหลามตัดไม่เข้าเงื่อนไข แม้ไพ่ทั้งหมดมีค่า 9 แต้มเท่ากันในการนับคะแนนบาคาร่า

หลักเดียวกันใช้กับไพ่ที่มีค่า 0 แต้ม หาก Lightning Card คือ K ดอกจิก ไพ่ Q ดอกจิกหรือ K โพแดงจะไม่ถือว่าตรง ใบแรกมีหน้าไพ่ต่างกัน ส่วนใบที่สองมีดอกต่างกัน การที่ 10, J, Q และ K มีค่า 0 แต้มเหมือนกันไม่ได้ทำให้ไพ่เหล่านี้ใช้แทนกันสำหรับระบบตัวคูณ

จึงต้องแยกข้อมูลสองประเภทออกจากกัน ได้แก่ ค่าแต้มใช้ตัดสินผลบาคาร่า ส่วนหน้าไพ่และดอกใช้ตรวจ Lightning Card ไพ่สองใบอาจมีค่าแต้มเท่ากันแต่มีสถานะตัวคูณต่างกันได้ การตรวจเฉพาะตัวเลขคะแนนจึงไม่เพียงพอสำหรับยืนยันว่ารายการควรได้รับตัวคูณ

เหตุใด Lightning Cards จึงไม่ได้รับประกันว่าจะปรากฏบนโต๊ะจริง

Lightning Cards มาจากการสุ่มในสำรับเสมือน ส่วนไพ่บนโต๊ะมาจากการแจกจริง จึงเป็นข้อมูลคนละชุด แม้ทั้งสองชุดใช้ชื่อไพ่ตามมาตรฐาน 52 ใบเหมือนกัน แต่การเลือกไพ่จากชุดหนึ่งไม่ได้บังคับให้อีกชุดต้องแจกไพ่ใบเดียวกันออกมา

หนึ่งรอบของบาคาร่าแจกไพ่อย่างน้อยสี่ใบและสูงสุดหกใบ ขณะที่สำรับหรือชุดไพ่สำหรับเกมสดมีไพ่จำนวนมากกว่านั้นมาก จึงเป็นไปได้ตามปกติที่ Lightning Cards ทั้งหมดจะไม่ปรากฏในการแจกของรอบนั้น แม้ไพ่สายฟ้าจะปรากฏบนโต๊ะ ก็ยังอาจอยู่ในมือของฝั่งที่แพ้ ทำให้ไม่เข้าเงื่อนไขเพิ่มผลตอบแทนของฝั่งที่ชนะ

ตัวคูณจึงแสดง “ผลตอบแทนที่สามารถใช้ได้หากเงื่อนไขเกิดขึ้น” ไม่ใช่รางวัลที่รอบนั้นต้องจ่ายอย่างแน่นอน การแสดง Lightning Card 8x หมายความว่าไพ่ใบนั้นมีค่าตัวคูณ 8x หากถูกแจกในตำแหน่งที่เข้าเงื่อนไข ไม่ได้หมายความว่ารอบนั้นจะต้องมีไพ่ 8x อยู่ในมือ Player หรือ Banker

การสุ่มไพ่สายฟ้าแยกจากการแจกไพ่ของดีลเลอร์อย่างไร

ระบบสุ่มทำงานในส่วนดิจิทัล โดยเลือก Lightning Cards และตัวคูณหลังปิดรับเดิมพัน ส่วนดีลเลอร์ทำหน้าที่แจกไพ่จากอุปกรณ์ของโต๊ะตามลำดับบาคาร่า ไพ่ที่ดีลเลอร์แจกจะถูกใช้คำนวณคะแนน ตรวจ Natural และใช้กฎไพ่ใบที่สาม ส่วนข้อมูลจาก RNG ใช้ตรวจสิทธิ์ตัวคูณหลังทราบผลแล้ว

กระบวนการทั้งสองเชื่อมกันเฉพาะในขั้นตอนเปรียบเทียบภายหลัง ระบบไม่ได้ส่ง Lightning Cards ให้ดีลเลอร์เลือกแจก และดีลเลอร์ไม่สามารถเปลี่ยนตัวคูณตามไพ่ที่ปรากฏ การแจกไพ่ใบที่สามก็ยังเกิดจากคะแนนของ Player และ Banker ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโต๊ะกำลังพยายามแจกไพ่ให้ตรงกับ Lightning Card

ลำดับการทำงานจึงประกอบด้วยการสุ่ม Lightning Cards การแจกไพ่จริง การตัดสินผล และการตรวจไพ่ที่ตรงกันตามลำดับ การแยกขั้นตอนเช่นนี้ทำให้เห็นว่า RNG กำหนดเงื่อนไขตัวคูณ แต่ไพ่ที่ดีลเลอร์แจกเป็นตัวสร้างผลของรอบ ระบบตัวคูณไม่สามารถเปลี่ยนคะแนน ย้ายไพ่ระหว่างฝั่ง หรือแก้ผล Player, Banker และ Tie หลังจากแจกไพ่เสร็จแล้วได้

ตัวคูณบาคาร่าสายฟ้าทำงานเมื่อไพ่ตรงกันอย่างไร

การคำนวณผลของบาคาร่าสายฟ้าต้องตรวจตามลำดับ ไม่สามารถดูเฉพาะตัวคูณที่ปรากฏบนหน้าจอได้ ขั้นแรกระบบตัดสินก่อนว่ารอบนั้นออก Player, Banker หรือ Tie จากคะแนนสุดท้าย จากนั้นตรวจว่ารายการเดิมพันตรงกับผลหรือไม่ แล้วจึงนำไพ่ในมือที่ชนะไปเปรียบเทียบกับ Lightning Cards หากผ่านครบทุกเงื่อนไข ตัวคูณจึงถูกนำมาใช้กับผลตอบแทนตามตารางจ่าย

ชนะเดิมพันแต่ไม่มี Lightning Card ตรงกันคำนวณผลแบบใด

หากเลือก Player, Banker หรือ Tie ถูกต้อง แต่ไม่มีไพ่ในส่วนที่เข้าเงื่อนไขตรงกับ Lightning Card ระบบจะจ่ายตามอัตราพื้นฐานของตำแหน่งนั้น โดยไม่มีตัวคูณเพิ่มเติม ผู้เล่นยังถือว่าชนะเดิมพัน เพียงแต่ผลตอบแทนจะไม่เปลี่ยนเป็น 2x, 3x, 4x, 5x หรือ 8x

การหายอดสุทธิต้องพิจารณา Lightning Fee ร่วมด้วย เนื่องจากบาคาร่าสายฟ้ารุ่นมาตรฐานกำหนดค่าธรรมเนียม 20% เพิ่มจากยอดเดิมพัน ตัวอย่างเชิงหลักการ หากวางเดิมพัน 100 หน่วยและมีค่าธรรมเนียม 20 หน่วย ต้นทุนรวมของรายการจะเป็น 120 หน่วย จากนั้นจึงคำนวณยอดรับตามอัตราพื้นฐานที่ระบุในตารางจ่าย ดังนั้น คำว่าชนะไม่ได้หมายความว่ากำไรสุทธิจะเท่ากับยอดเดิมพันเต็มจำนวน เพราะต้องหักต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง

Player, Banker และ Tie อาจมีอัตราจ่ายพื้นฐานหรือเงื่อนไขแตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้สูตรของ Player ไปคำนวณ Tie โดยอัตโนมัติ ก่อนยืนยันรายการต้องตรวจว่าอัตราบนหน้าจอแสดงเป็นยอดชนะ กำไร หรือยอดคืนรวมเงินเดิมพัน และตรวจด้วยว่ากรณี Tie ส่งผลต่อเดิมพัน Player และ Banker อย่างไรตามกติกาของโต๊ะนั้น

ไพ่สายฟ้าหนึ่งใบตรงกับฝั่งชนะส่งผลต่อตัวคูณอย่างไร

หากมี Lightning Card หนึ่งใบตรงกับไพ่ในมือที่ชนะ ระบบจะใช้ตัวคูณของไพ่ใบนั้นกับรายการที่เลือกผลถูกต้อง สมมติว่า Banker ชนะ และในมือ Banker มี 7 โพดำซึ่งตรงกับ Lightning Card 4x รายการ Banker จึงผ่านทั้งเงื่อนไขผลชนะและเงื่อนไขไพ่สายฟ้า ระบบจะคำนวณด้วยตัวคูณ 4x ตามสูตรในตารางจ่าย

ตัวคูณจะผูกกับไพ่เฉพาะใบ ไม่ได้ผูกกับแต้มรวมของมือ หาก Lightning Card คือ 7 โพดำ 4x การแจก 7 โพแดงในมือ Banker จะไม่เข้าเงื่อนไข แม้หน้าไพ่และค่าแต้มจะเหมือนกันก็ตาม เช่นเดียวกับไพ่ 10, J, Q และ K ซึ่งมีค่า 0 แต้มเท่ากัน แต่ถือเป็นไพ่คนละหน้าและใช้แทนกันไม่ได้

นอกจากนี้ ไพ่ที่ตรงกันต้องอยู่ในฝั่งซึ่งเกี่ยวข้องกับรายการที่ชนะ ตัวคูณไม่ถูกนำไปบวกกับคะแนนและไม่สามารถทำให้ฝั่งที่มีแต้มน้อยกว่ากลายเป็นผู้ชนะได้ ตัวอย่างเช่น Player มี 6 แต้มพร้อม Lightning Card 8x แต่ Banker มี 7 แต้ม ผลยังคงเป็น Banker เพราะ 8x เพิ่มผลตอบแทน ไม่ได้เพิ่มแต้มให้ Player

ไพ่สายฟ้ามากกว่าหนึ่งใบในฝั่งเดียวกันนำตัวคูณมาคูณต่อกันอย่างไร

หากมือที่ชนะมี Lightning Cards ตรงกันหลายใบ ตัวคูณของไพ่เหล่านั้นจะถูกนำมาคูณต่อกัน ไม่ใช่นำมาบวกกัน ตัวอย่างเช่น มือ Player มีไพ่สายฟ้า 2x และ 4x ตัวคูณรวมจะเป็น 2 × 4 เท่ากับ 8x ไม่ใช่ 6x หากมีไพ่สามใบตรงกับตัวคูณ 2x, 3x และ 5x ผลคูณรวมจะเป็น 2 × 3 × 5 เท่ากับ 30x

ในรุ่นมาตรฐาน Player และ Banker มีไพ่ได้สูงสุดฝั่งละสามใบ หากไพ่ทั้งสามใบตรงกับ Lightning Cards 8x ทั้งหมด ตัวคูณรวมทางคณิตศาสตร์จะเป็น 8 × 8 × 8 เท่ากับ 512x ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่ระบุสำหรับรายการ Player และ Banker ส่วน Tie สามารถเกี่ยวข้องกับไพ่ของทั้งสองฝั่ง จึงมีเพดานตัวคูณสูงกว่า www.evolution.com

อย่างไรก็ตาม ตัวคูณรวมระดับสูงต้องเกิดหลายเงื่อนไขพร้อมกัน ไพ่ที่ระบบสุ่มเลือกต้องตรงกับไพ่ที่แจกจริงหลายใบ ไพ่เหล่านั้นต้องอยู่ในส่วนที่เข้าเงื่อนไข และรายการที่เลือกต้องตรงกับผลสุดท้าย การมี Lightning Cards ห้าใบแสดงก่อนแจกจึงไม่ได้หมายความว่าผู้เล่นจะได้รับตัวคูณจากทั้งห้าใบ เพราะระบบใช้เฉพาะไพ่ที่ปรากฏจริงตามกติกา

ไพ่ที่ตรงกับฝั่งแพ้มีผลต่อยอดของฝั่งชนะหรือไม่

ไพ่สายฟ้าในฝั่งแพ้ไม่มีผลเพิ่มยอดให้ฝั่งชนะ ตัวอย่างเช่น Banker ชนะ แต่ Player มีไพ่ตรงกับ Lightning Card 5x ผู้เลือก Banker จะได้รับผลตามเงื่อนไขของ Banker โดยไม่สามารถนำ 5x จากมือ Player มาใช้ ส่วนผู้เลือก Player ยังเป็นฝ่ายแพ้ เพราะตัวคูณไม่สามารถชดเชยผลคะแนนที่ต่ำกว่าได้

ในทางกลับกัน หาก Banker ชนะและมีไพ่สายฟ้าตรงกันในมือ Banker ผู้เลือก Banker จึงจะได้รับการตรวจตัวคูณ ผู้เลือก Player ไม่ได้รับประโยชน์จากไพ่ใบนั้น หลักนี้ทำให้แต่ละรายการถูกคำนวณจากผลและไพ่ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งของตัวเอง ไม่ได้รวม Lightning Cards ทุกใบที่ปรากฏบนโต๊ะเข้าด้วยกัน

กรณี Tie ต้องตรวจแยกตามกติกาของตำแหน่งเสมอ เนื่องจากผลเสมอเกิดจาก Player และ Banker มีคะแนนสุดท้ายเท่ากัน ระบบอาจตรวจไพ่จากทั้งสองมือสำหรับรายการ Tie แต่ผู้เล่นต้องเลือก Tie ไว้ก่อนปิดรับเดิมพัน การมีไพ่สายฟ้าในรอบที่ออก Tie ไม่ได้ทำให้รายการ Player หรือ Banker ได้รับตัวคูณโดยอัตโนมัติ

เหตุใดต้องตรวจทั้งฝั่งที่ชนะและไพ่ที่ปรากฏจริง

การดูเฉพาะฝั่งที่ชนะบอกได้เพียงว่ารายการเดิมพันถูกหรือผิด แต่ยังบอกไม่ได้ว่ามีสิทธิ์ได้รับตัวคูณหรือไม่ ขณะเดียวกัน การเห็นไพ่ตรงกับ Lightning Card ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะไพ่อาจอยู่ในฝั่งแพ้ ระบบจึงต้องตรวจข้อมูลสองชั้น ได้แก่ ผลของรอบและตำแหน่งของไพ่ที่ตรงกัน

วิธีตรวจที่ถูกต้องคือดูผล Player, Banker หรือ Tie ก่อน จากนั้นเปิดดูไพ่จริงในมือที่เกี่ยวข้อง แล้วเปรียบเทียบกับ Lightning Cards ทั้งหน้าไพ่ ดอก และค่าตัวคูณ หากตรงกันมากกว่าหนึ่งใบจึงคูณค่าต่อกัน หลังจากนั้นจึงนำอัตราจ่ายพื้นฐาน Lightning Fee และยอดเดิมพันมาใช้หายอดสุทธิ

หากยอดในประวัติไม่ตรงกับที่คาดไว้ ควรตรวจหมายเลขรอบ ตำแหน่งเดิมพัน ยอดเดิมพัน ค่าธรรมเนียม ผลสุดท้าย ไพ่ที่แจก และตัวคูณตามลำดับ ไม่ควรอ้างอิงเพียงเอฟเฟกต์สายฟ้าบนหน้าจอ เพราะเอฟเฟกต์แสดงว่าไพ่ถูกเลือกหรือจับคู่ แต่ไม่ได้ยืนยันเพียงลำพังว่ารายการทั้งหมดผ่านเงื่อนไข

หลักสรุปคือ เลือกผลถูก + ไพ่ตรง + ไพ่ต้องอยู่ในส่วนที่เข้าเงื่อนไข = ใช้ตัวคูณได้ หากเลือกผลถูกแต่ไม่มีไพ่ตรง จะใช้อัตราพื้นฐาน หากไพ่ตรงแต่อยู่ในฝั่งแพ้ ตัวคูณนั้นจะไม่มีผลต่อยอดของฝั่งชนะ การตรวจครบทั้งสองส่วนจึงป้องกันความสับสนระหว่างผลบาคาร่าและระบบ Lightning Cards ได้ตรงที่สุด

กติกานับแต้มและไพ่ใบที่สามยังตัดสินผลอย่างไร

แม้บาคาร่าสายฟ้าจะเพิ่ม Lightning Cards และตัวคูณเข้ามา แต่การหาผู้ชนะยังใช้กติกาบาคาร่ามาตรฐาน ระบบต้องคำนวณแต้ม ตรวจ Natural และดำเนินการตามกฎไพ่ใบที่สามให้ครบก่อน จึงตัดสินว่าผลเป็น Player, Banker หรือ Tie หลังจากนั้นจึงตรวจตัวคูณเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง

ไพ่ A ถึง 9 และไพ่ 10, J, Q, K มีค่าเท่าใด

ไพ่ A มีค่า 1 แต้ม ไพ่หมายเลข 2–9 มีค่าตามตัวเลขบนหน้าไพ่ ส่วนไพ่ 10, J, Q และ K มีค่า 0 แต้ม ดอกไพ่ไม่มีผลต่อการนับคะแนน ดังนั้น 7 โพแดงกับ 7 ดอกจิกต่างมีค่า 7 แต้มเท่ากัน แม้จะถือเป็นไพ่คนละใบเมื่อนำไปตรวจ Lightning Cards

ไพ่ค่าแต้มบาคาร่า
A1
2–9ตามตัวเลขบนไพ่
10, J, Q, K0

ตัวอย่างเช่น A กับ 6 รวมเป็น 7 แต้ม ขณะที่ Q กับ 8 รวมเป็น 8 แต้ม เพราะ Q มีค่า 0 ส่วน K กับ J รวมเป็น 0 แต้ม ไม่ใช่ 20 แต้มตามลำดับหน้าไพ่ ค่าเหล่านี้ถูกใช้เหมือนกันทั้งฝั่ง Player และ Banker

ไพ่หนึ่งใบจึงมีข้อมูลสองส่วนที่ต้องอ่านแยกกัน ค่าแต้มใช้คำนวณผลของบาคาร่า ส่วนหน้าไพ่และดอกใช้ตรวจว่าไพ่ตรงกับ Lightning Card หรือไม่ เช่น K โพดำมีค่า 0 แต้ม แต่ยังสามารถเป็น Lightning Card ที่มีตัวคูณของตัวเองได้

ผลรวมเกิน 9 เหตุใดจึงนับเฉพาะหลักหน่วย

คะแนนบาคาร่าใช้ค่าตั้งแต่ 0–9 เท่านั้น เมื่อรวมแต้มได้ตั้งแต่ 10 ขึ้นไป ระบบจึงตัดเลขหลักสิบออกและใช้เฉพาะหลักหน่วย วิธีคิดนี้เทียบได้กับการนำผลรวมหารด้วย 10 แล้วใช้เฉพาะเศษที่เหลือ เช่น 15 เหลือ 5 แต้ม และ 20 เหลือ 0 แต้ม

ตัวอย่างการคำนวณ ได้แก่ 7 กับ 8 รวมเป็น 15 จึงนับเป็น 5 แต้ม ส่วน 9 กับ 7 รวมเป็น 16 จึงนับเป็น 6 แต้ม หากมีไพ่สามใบ เช่น 8, 7 และ 6 จะรวมได้ 21 และนับเป็น 1 แต้ม ด้วยเหตุนี้ การได้รับไพ่เพิ่มไม่ได้หมายความว่าคะแนนจะสูงขึ้นเสมอ เพราะผลรวมใหม่อาจทำให้หลักหน่วยลดลงได้

กติกานี้ใช้กับทั้งไพ่สองใบแรกและไพ่ใบที่สาม รวมถึงใช้กับ Player และ Banker เหมือนกัน ระบบไม่ได้เปรียบเทียบผลรวมเต็ม เช่น 17 กับ 15 แล้วตัดสินว่า 17 ชนะ แต่จะเปรียบเทียบ 7 แต้มกับ 5 แต้มหลังตัดหลักสิบออกแล้ว

Natural 8 และ Natural 9 ทำให้รอบสิ้นสุดเมื่อใด

Natural เกิดเมื่อ Player หรือ Banker มีคะแนนรวม 8 หรือ 9 จากไพ่สองใบแรก หากฝั่งใดฝั่งหนึ่งได้ Natural ระบบจะหยุดขั้นตอนการจั่วไพ่ใบที่สามและเปรียบเทียบคะแนนของทั้งสองฝั่งทันที เนื่องจาก 8 และ 9 เป็นคะแนนสูงสุดในช่วงคะแนนบาคาร่า

หาก Player มี Natural 9 และ Banker มี 7 แต้ม ผลจะเป็น Player แต่ถ้า Banker มี Natural 9 และ Player มี Natural 8 ผลจะเป็น Banker หากทั้งสองฝั่งได้ Natural เท่ากัน เช่น 8 ต่อ 8 หรือ 9 ต่อ 9 ผลจะเป็น Tie ส่วนกรณี 9 ต่อ 8 ฝั่งที่มี 9 แต้มเป็นผู้ชนะ

คำว่า Natural ใช้เฉพาะคะแนน 8 หรือ 9 ที่เกิดจากไพ่สองใบแรก หากได้ 8 หรือ 9 หลังจั่วไพ่ใบที่สาม จะเป็นคะแนนสุดท้ายที่สูง แต่ไม่เรียกว่า Natural ดังนั้น Natural ต้องตรวจจากไพ่สองใบแรกก่อนใช้กฎการจั่วอื่น

Lightning Card ไม่สามารถทำให้ฝั่งที่มี 7 แต้มกลายเป็น Natural 8 หรือ Natural 9 ได้ แม้ไพ่ใบนั้นจะได้รับตัวคูณ 8x เพราะตัวเลขบนตัวคูณไม่ใช่แต้มที่นำมารวมกับหน้าไพ่

Player จั่วหรือหยุดตามแต้มสองใบแรกอย่างไร

หากไม่มี Natural ระบบจะตรวจคะแนนสองใบแรกของ Player ก่อน โดยใช้หลักที่ตายตัวดังนี้

คะแนนสองใบแรกของ Playerการทำงาน
0–5จั่วไพ่ใบที่สาม
6–7หยุด
8–9Natural และจบรอบการจั่ว

Player ไม่สามารถเลือกจั่วหรือหยุดเองได้ เช่น Player มี 5 แต้มจะต้องจั่ว แม้คะแนนดังกล่าวจะสูงกว่า Banker ในขณะนั้น ส่วน Player ที่มี 6 หรือ 7 แต้มต้องหยุด แม้การจั่วไพ่อีกใบอาจดูเหมือนมีโอกาสทำให้คะแนนเปลี่ยนไป

หาก Player จั่วไพ่ใบที่สาม ไพ่ใบนั้นจะมีผลสองทาง ทางแรกคือเปลี่ยนคะแนนสุดท้ายของ Player และทางที่สองคือเป็นข้อมูลให้ระบบตัดสินว่า Banker ต้องจั่วหรือหยุด ตัวอย่างเช่น Player มี 5 แต้มและจั่วได้ไพ่ 3 จึงมีผลรวมใหม่เป็น 8 แต้ม ขณะเดียวกันค่า 3 ของไพ่ใบที่สามจะถูกนำไปเทียบกับตารางการจั่วของ Banker

Banker ใช้แต้มของตนและไพ่ใบที่สามของ Player ตัดสินอย่างไร

การจั่วของ Banker มีรายละเอียดมากกว่า Player เพราะต้องดูก่อนว่า Player จั่วไพ่ใบที่สามหรือไม่ หาก Player หยุด Banker จะจั่วเมื่อมี 0–5 แต้ม และหยุดเมื่อมี 6–7 แต้ม แต่ถ้า Player จั่ว Banker ต้องใช้ทั้งคะแนนสองใบแรกของตนและค่าของไพ่ใบที่สามของ Player ตามตารางต่อไปนี้

คะแนน BankerBanker จั่วเมื่อไพ่ใบที่สามของ Player เป็น
0–2จั่วทุกค่า
3จั่วทุกค่า ยกเว้น 8
42–7
54–7
66–7
7หยุด

ค่าไพ่ใบที่สามในตารางใช้แต้มบาคาร่า ดังนั้นไพ่ 10, J, Q และ K ถือเป็น 0 ตัวอย่างเช่น Banker มี 3 แต้มและ Player จั่วได้ Q ซึ่งมีค่า 0 Banker ต้องจั่ว แต่ถ้า Player จั่วได้ 8 Banker ที่มี 3 แต้มต้องหยุด

หาก Banker มี 4 แต้มและไพ่ใบที่สามของ Player เป็น 6 จะต้องจั่ว แต่ถ้าไพ่ใบนั้นเป็น A ซึ่งมีค่า 1 จะต้องหยุด ส่วน Banker ที่มี 6 แต้มจะจั่วเฉพาะเมื่อ Player ได้ไพ่ใบที่สามเป็น 6 หรือ 7 เท่านั้น ตารางนี้เป็นกฎบังคับ ไม่ใช่การประเมินของดีลเลอร์ระหว่างรอบ

หลังแจกไพ่ครบ ระบบจะคำนวณคะแนนใหม่ของทั้งสองฝั่งโดยใช้หลักหน่วย แล้วจึงเปรียบเทียบคะแนนสุดท้าย ฝั่งที่ใกล้ 9 มากกว่าเป็นผู้ชนะ และหากคะแนนเท่ากันจะออก Tie

ตัวคูณไม่สามารถเปลี่ยนฝั่งที่ชนะได้เพราะเหตุใด

ตัวคูณเป็นข้อมูลสำหรับคำนวณผลตอบแทนหลังจบรอบ ไม่ใช่คะแนนของไพ่ ระบบต้องตัดสิน Player, Banker หรือ Tie จากค่าไพ่และกฎไพ่ใบที่สามให้เสร็จก่อน จากนั้นจึงตรวจว่าไพ่ในผลชนะตรงกับ Lightning Cards หรือไม่ ลำดับนี้ทำให้ตัวคูณไม่มีโอกาสเข้าไปเปลี่ยนคะแนนระหว่างแจกไพ่

ตัวอย่างเช่น Player มี 6 แต้มพร้อมไพ่สายฟ้า 8x ส่วน Banker มี 7 แต้มโดยไม่มีไพ่สายฟ้า ผลยังคงเป็น Banker เพราะคะแนน 7 สูงกว่า 6 ตัวคูณ 8x ไม่ได้ทำให้ Player มี 14 แต้ม หรือทำให้ไพ่ใบนั้นมีค่าเพิ่มขึ้นแปดเท่า ผู้เลือก Player จึงแพ้ตามผลคะแนน ขณะที่ผู้เลือก Banker ชนะตามเงื่อนไขพื้นฐาน

อีกกรณีหนึ่ง หาก Player ชนะและมี Lightning Card 4x ตัวคูณจึงถูกใช้กับการคำนวณรายการ Player ที่ชนะ แต่หากไพ่ 4x อยู่ในมือ Banker ซึ่งเป็นฝั่งแพ้ ตัวคูณจะไม่ย้ายไปเพิ่มยอดให้ Player และไม่ช่วยให้ Banker เปลี่ยนเป็นฝ่ายชนะ

หลักการสำคัญจึงมีสองชั้น คือ แต้มไพ่กำหนดผู้ชนะ ส่วน Lightning Cards กำหนดว่าผลตอบแทนของรายการที่ชนะจะได้รับตัวคูณหรือไม่ การอ่านตัวคูณก่อนดูคะแนนอาจทำให้เข้าใจผลผิดได้ จึงควรตรวจคะแนนสุดท้ายและฝั่งที่ชนะก่อนตรวจไพ่สายฟ้าทุกครั้ง

ค่าธรรมเนียมสายฟ้าส่งผลต่อยอดเดิมพันจริงอย่างไร

บาคาร่าสายฟ้ามีต้นทุนสองส่วน ได้แก่ เงินเดิมพันตั้งต้นและ Lightning Fee ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมสำหรับระบบไพ่สายฟ้าและตัวคูณ ในรุ่นมาตรฐาน ค่าธรรมเนียมกำหนดไว้ที่ 20% ของยอดเดิมพันและถูกเพิ่มในทุกรายการ ไม่ว่ารอบนั้นจะมีไพ่ตรงกับ Lightning Card หรือไม่ การคำนวณกำไรหรือขาดทุนจึงต้องใช้ยอดที่ถูกตัดจริง ไม่ใช่ดูเฉพาะจำนวนชิปที่วางบน Player, Banker หรือ Tie

Lightning Fee 20% ถูกเพิ่มจากยอดเดิมพันตรงจุดใด

ผู้เล่นเลือกตำแหน่งและวางยอดเดิมพันในช่วงเปิดรับรายการ เมื่อรายการถูกวาง ระบบจะคำนวณ Lightning Fee 20% จากยอดนั้นและแสดงยอดรวมบนหน้าจอ ตัวอย่างจากกติกาของเกมระบุว่า หากเดิมพัน 5 หน่วย จะมีค่าธรรมเนียม 1 หน่วย ทำให้ยอดรวมของรายการเป็น 6 หน่วย Evolution Games

สูตรพื้นฐานคือ:

ยอดที่ตัดจริง = เงินเดิมพันตั้งต้น + ค่าธรรมเนียม 20%

หากวางหลายตำแหน่ง ค่าธรรมเนียมจะคำนวณจากยอดของแต่ละรายการ เช่น Player 60 หน่วยและ Banker 40 หน่วย เงินเดิมพันรวมคือ 100 หน่วย ค่าธรรมเนียมรวมคือ 20 หน่วย ยอดที่ต้องใช้จริงจึงเป็น 120 หน่วย การกระจายเงินไปหลายตำแหน่งไม่ได้ทำให้ค่าธรรมเนียมหายไป เพราะแต่ละรายการยังอยู่ภายใต้ระบบ Lightning Cards

ค่าธรรมเนียมนี้ไม่ใช่เงินเดิมพันที่ถูกนำไปนับเพิ่มในตำแหน่ง เช่น วาง Player 100 หน่วยพร้อมค่าธรรมเนียม 20 หน่วย ไม่ได้หมายความว่ามียอดเดิมพัน Player 120 หน่วย แต่หมายถึงมีเงินเดิมพันตั้งต้น 100 หน่วยและต้นทุนระบบสายฟ้าอีก 20 หน่วย

เดิมพัน 100 หน่วยทำไมยอดที่ตัดจริงจึงมากกว่า 100 หน่วย

เมื่อเลือกเดิมพัน 100 หน่วย ระบบจะคำนวณค่าธรรมเนียม 20% ซึ่งเท่ากับ 20 หน่วย ดังนั้นยอดที่ตัดจากยอดคงเหลือจริงคือ 120 หน่วย ไม่ใช่ 100 หน่วย หากยอดคงเหลือมีเพียง 110 หน่วย รายการอาจไม่สามารถยืนยันได้ แม้จำนวนชิปที่เลือกจะอยู่ที่ 100 หน่วย เพราะเงินไม่เพียงพอสำหรับค่าธรรมเนียม

การคำนวณมีรายละเอียดดังนี้:

เงินเดิมพันตั้งต้น 100 หน่วย
Lightning Fee 20% = 20 หน่วย
ยอดที่ตัดจริง = 120 หน่วย

หากเดิมพัน 250 หน่วย ค่าธรรมเนียมจะเป็น 50 หน่วยและยอดที่ตัดจริงจะเป็น 300 หน่วย หรือถ้าเดิมพัน 80 หน่วย ค่าธรรมเนียมจะเป็น 16 หน่วยและยอดรวมจะเป็น 96 หน่วย หลักการคือ ทุก 100 หน่วยของเงินเดิมพันมีต้นทุนเพิ่มอีก 20 หน่วย

จุดนี้ทำให้บาคาร่าสายฟ้าแตกต่างจากบาคาร่าแบบปกติอย่างชัดเจน การเห็นยอดเดิมพัน 100 หน่วยบนตำแหน่งไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงสูงสุดของรอบนั้นจำกัดอยู่ที่ 100 หน่วย เพราะต้องรวมค่าธรรมเนียมที่ถูกตัดด้วย

ควรแยกเงินเดิมพันตั้งต้น ค่าธรรมเนียม และผลตอบแทนอย่างไร

การตรวจยอดควรแยกออกเป็นสามค่า ค่าแรกคือเงินเดิมพันตั้งต้น ซึ่งเป็นจำนวนที่วางไว้บน Player, Banker หรือ Tie ค่าที่สองคือ Lightning Fee 20% ซึ่งเป็นต้นทุนเพิ่มเติม ส่วนค่าที่สามคือยอดรับหลังประกาศผล ซึ่งคำนวณจากอัตราจ่ายและตัวคูณตามเงื่อนไขของรายการ

ตัวอย่างเชิงหลักการ หากวาง Player 100 หน่วย ค่าใช้จ่ายรวมคือ 120 หน่วย เมื่อ Player ชนะโดยไม่มี Lightning Card ตรงกัน ระบบจะใช้อัตราจ่ายพื้นฐานของ Player หากมีไพ่ตรงกับ Lightning Card จึงนำตัวคูณมาปรับผลตอบแทน ส่วนค่าธรรมเนียม 20 หน่วยยังคงเป็นต้นทุนของรอบ ไม่ได้กลายเป็นเงินเดิมพันที่นำไปคูณเพิ่ม

การหาผลสุทธิจึงใช้แนวคิดดังนี้:

ผลสุทธิ = ยอดรับทั้งหมด − เงินเดิมพันตั้งต้น − Lightning Fee

คำว่า “จ่าย 2x” หรือ “ตัวคูณ 5x” ต้องอ่านร่วมกับนิยามในตารางจ่าย เพราะบางหน้าจอแสดงเฉพาะกำไร ขณะที่บางระบบแสดงยอดคืนรวมเงินเดิมพัน กติกาของ Lightning Baccarat ระบุว่าเงินเดิมพันตั้งต้นจะถูกเพิ่มกลับเหนือยอดชนะ แต่การแสดงผลบนแต่ละระบบอาจใช้รูปแบบตัวเลขต่างกัน จึงควรตรวจตารางจ่ายก่อนนำตัวคูณมาคำนวณเอง

เมื่อ Player และ Banker เสมอกัน ยอดเดิมพันและค่าธรรมเนียมจัดการต่างกันอย่างไร

เมื่อผลออก Tie รายการที่วางบน Player หรือ Banker จะคืนเงินเดิมพันตั้งต้น แต่ Lightning Fee ไม่ถูกคืน ตัวอย่างเช่น วาง Player 100 หน่วยและเสียค่าธรรมเนียม 20 หน่วย ยอดที่ตัดตอนเริ่มรอบคือ 120 หน่วย หากผลออก Tie ระบบจะคืนเงินเดิมพัน 100 หน่วย แต่ค่าธรรมเนียม 20 หน่วยยังคงถูกหัก ผลสุทธิของรายการจึงเป็นลบ 20 หน่วย แม้เงินเดิมพัน Player จะไม่แพ้เต็มจำนวน Neo Land Entertainment

หลักนี้ใช้ในลักษณะเดียวกันกับรายการ Banker กล่าวคือ เมื่อผลเสมอ เงินเดิมพันตั้งต้นของ Banker จะถูกคืน แต่ค่าธรรมเนียมของรายการนั้นไม่คืน ดังนั้นคำว่า “เสมอแล้วคืนเดิมพัน” ไม่ได้หมายความว่ายอดคงเหลือจะกลับมาเท่าก่อนเริ่มรอบทุกประการ

ส่วนผู้ที่วางเดิมพัน Tie และผลออก Tie ถือว่าเลือกรายการถูกต้อง ระบบจะคำนวณตามอัตราจ่ายของ Tie และตรวจ Lightning Cards ตามเงื่อนไขของตำแหน่งนั้น ไม่ใช่คืนยอดแบบรายการ Player หรือ Banker อย่างไรก็ตาม อัตราพื้นฐานของ Tie ในบาคาร่าสายฟ้าอาจต่างจากบาคาร่าแบบทั่วไป จึงต้องอ่านตารางจ่ายของโต๊ะก่อนยืนยัน

หากวางหลายตำแหน่งพร้อมกัน เช่น Player และ Tie แต่ผลออก Tie รายการ Player จะได้รับเงินเดิมพันตั้งต้นคืนโดยไม่คืนค่าธรรมเนียม ขณะที่รายการ Tie จะถูกตัดสินเป็นรายการชนะและคำนวณตามอัตราจ่ายของตัวเอง ระบบจึงต้องแยกยอดและค่าธรรมเนียมของแต่ละตำแหน่ง ไม่สามารถรวมทั้งหมดแล้วคิดเป็นรายการเดียวได้

เหตุใดต้องตรวจยอดรวมบนหน้าจอก่อนกดยืนยัน

ยอดชิปที่เลือกอาจไม่เท่ากับยอดที่ระบบจะตัดจริง เพราะหน้าจอต้องเพิ่ม Lightning Fee ก่อนยืนยัน หากผู้เล่นดูเฉพาะยอดบนตำแหน่ง อาจเข้าใจว่ากำลังใช้ 100 หน่วย ทั้งที่ยอดคงเหลือจะลดลง 120 หน่วย ความคลาดเคลื่อนจะมากขึ้นเมื่อวางหลายตำแหน่งหรือเล่นต่อเนื่องหลายรอบ

ก่อนหมดเวลารับเดิมพันจึงควรตรวจอย่างน้อยสามค่า ได้แก่ ยอดเดิมพันของแต่ละตำแหน่ง ค่าธรรมเนียม และยอดรวมทั้งหมด หากระบบแสดงเพียงยอดรวม ควรคำนวณย้อนกลับว่าตรงกับเงินเดิมพันบวก 20% หรือไม่ รวมถึงตรวจว่ารายการอยู่ในรอบที่ต้องการและแสดงสถานะยืนยันแล้ว

การกำหนดงบควรอ้างอิงยอดรวม ไม่ใช่เงินเดิมพันตั้งต้นเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น หากตั้งงบต่อรอบไว้ 120 หน่วย เงินเดิมพันตั้งต้นสูงสุดภายใต้ค่าธรรมเนียม 20% คือ 100 หน่วย ไม่ใช่วาง 120 หน่วยแล้วรอให้ระบบเพิ่มค่าธรรมเนียมเป็น 144 หน่วย

ดังนั้น ค่าธรรมเนียมต้องถูกนับเป็นต้นทุนของทุกครั้งที่วางเดิมพัน แม้ผลออก Tie แม้ไม่มี Lightning Card ตรงกัน หรือแม้รายการจะได้รับเพียงอัตราจ่ายพื้นฐาน การตรวจยอดรวมก่อนยืนยันจึงเป็นวิธีที่ตรงที่สุดในการรู้ว่ารอบนั้นใช้เงินจริงเท่าใด และช่วยป้องกันการคำนวณผลสุทธิจากยอดเดิมพันที่ไม่ครบถ้วน

Player, Banker, Tie และเดิมพันคู่ตรวจผลต่างกันอย่างไร

ตำแหน่ง Player, Banker และ Tie ใช้คะแนนสุดท้ายของทั้งสองฝั่งตัดสินผล ส่วน Player Pair และ Banker Pair ตรวจรูปแบบของไพ่สองใบแรกโดยไม่สนใจว่าฝั่งนั้นจะชนะหรือแพ้ คะแนนและไพ่ที่ใช้ตรวจจึงต่างกัน ผู้เล่นควรแยกการเดิมพันหลักออกจากการเดิมพันคู่ก่อนคำนวณผลและตัวคูณ

Player ชนะเมื่อแต้มใกล้ 9 มากกว่าอย่างไร

Player ชนะเมื่อคะแนนสุดท้ายของฝั่ง Player สูงกว่า Banker หลังจากแจกไพ่ครบตามกฎ ไพ่ A มีค่า 1 แต้ม ไพ่ 2–9 มีค่าตามหน้าไพ่ ส่วน 10, J, Q และ K มีค่า 0 แต้ม หากผลรวมเกิน 9 จะใช้เฉพาะเลขหลักหน่วย

ตัวอย่างเช่น Player ได้ 7 กับ 8 รวมเป็น 15 จึงมี 5 แต้ม ส่วน Banker ได้ 4 กับ 9 รวมเป็น 13 จึงมี 3 แต้ม ผลเป็น Player เพราะ 5 แต้มใกล้ 9 มากกว่า 3 แต้ม ระบบไม่ได้เปรียบเทียบผลรวมเต็มที่ 15 กับ 13

หากไม่มี Natural 8 หรือ Natural 9 ต้องดำเนินการตามกฎไพ่ใบที่สามก่อนจึงจะสรุปผลได้ Player อาจมีคะแนนนำหลังไพ่สองใบแรก แต่การจั่วไพ่ใบที่สามอาจทำให้หลักหน่วยลดลง ดังนั้น ผล Player ต้องอ้างอิงคะแนนสุดท้ายหลังแจกไพ่ครบ ไม่ใช่คะแนนชั่วคราวระหว่างรอบ

ใน Lightning Baccarat รุ่นมาตรฐาน รายการ Player ที่ชนะโดยไม่มี Lightning Card ตรงกันใช้อัตราพื้นฐานตามตารางจ่าย โดยทั่วไปแสดงที่ 1:1 ก่อนพิจารณาค่าธรรมเนียมสายฟ้า หากมือ Player ที่ชนะมีไพ่ตรงกับ Lightning Card จึงนำตัวคูณของไพ่ใบนั้นมาคำนวณเพิ่มเติม

Banker ชนะด้วยกติกาเดียวกันแต่มีเงื่อนไขผลตอบแทนแบบใด

Banker ชนะเมื่อคะแนนสุดท้ายสูงกว่า Player โดยใช้วิธีนับแต้มเดียวกัน ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ค่าของไพ่ แต่อยู่ในกฎการจั่วและอัตราจ่าย Banker ต้องพิจารณาคะแนนของตัวเองร่วมกับไพ่ใบที่สามของ Player ในบางกรณี จึงมีตารางการจั่วละเอียดกว่า Player

เมื่อตัดสินแล้วว่าผลเป็น Banker รายการ Banker จะชนะโดยไม่เกี่ยวกับว่าฝั่งนั้นจั่วไพ่มากหรือน้อยกว่า Player สำหรับ Lightning Baccarat รูปแบบที่ใช้ค่าคอมมิชชัน อัตราพื้นฐานของ Banker มักอยู่ที่ 0.95:1 ซึ่งหมายถึงกำไร 95 หน่วยต่อเงินเดิมพัน 100 หน่วย ก่อนนำ Lightning Fee และตัวคูณที่เข้าเงื่อนไขมาพิจารณา neo-land.com

อัตราจ่ายต้องตรวจจากตารางของโต๊ะทุกครั้ง เพราะบาคาร่าบางรุ่นใช้กติกา No Commission หรือมีเงื่อนไขพิเศษเมื่อ Banker ชนะด้วยแต้ม 6 หากหน้าจอระบุเงื่อนไขต่างจาก 0.95:1 ต้องยึดกติกาที่แสดงในเกมนั้น ไม่ควรนำสูตรของบาคาร่าอีกประเภทมาใช้

หาก Banker ชนะและมี Lightning Cards ตรงกันในมือ ตัวคูณจะถูกนำมาใช้ตามตารางจ่าย แต่ถ้าไพ่สายฟ้าอยู่เฉพาะในมือ Player ตัวคูณดังกล่าวไม่มีผลต่อรายการ Banker แม้ Banker จะเป็นฝ่ายชนะก็ตาม

Tie ตัดสินจากแต้มเท่ากันหลังแจกไพ่ครบอย่างไร

Tie เกิดเมื่อ Player และ Banker มีคะแนนสุดท้ายเท่ากันหลังใช้กฎ Natural และไพ่ใบที่สามครบแล้ว เช่น Player มี 6 แต้มและ Banker มี 6 แต้ม หรือทั้งสองฝั่งมี Natural 8 เท่ากัน จำนวนไพ่ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน ฝั่งหนึ่งอาจมีสองใบและอีกฝั่งมีสามใบได้ หากคะแนนสุดท้ายเท่ากันยังถือว่าเป็น Tie

ผู้ที่เลือก Tie จะชนะเมื่อเกิดผลดังกล่าวและได้รับการคำนวณตามตารางจ่ายของ Tie บาคาร่าสายฟ้าอาจกำหนดอัตราพื้นฐานต่างจากบาคาร่าแบบปกติ ตัวอย่างกติกาบางโต๊ะแสดง Tie ที่ 5:1 จึงต้องตรวจตัวเลขจากหน้าจอก่อนยืนยัน ไม่ควรคาดว่า Tie จะจ่าย 8:1 หรือ 9:1 เหมือนบาคาร่าอีกเวอร์ชันโดยอัตโนมัติ

หากผลออก Tie เงินเดิมพันตั้งต้นของ Player และ Banker จะถูกคืน แต่ Lightning Fee ของรายการเหล่านั้นไม่คืน ผู้ที่วาง Player หรือ Banker จึงไม่ได้เสียเงินเดิมพันหลักเต็มจำนวน แต่ยังมีต้นทุนค่าธรรมเนียม ส่วนผู้เลือก Tie จะถูกตัดสินเป็นรายการชนะตามอัตราจ่ายของ Tie

การมีคะแนนเท่ากันจากไพ่สองใบแรกยังไม่ยืนยัน Tie หากไม่มี Natural และกฎกำหนดให้จั่วต่อ ต้องรอผลหลังแจกไพ่ใบที่สามก่อน เช่น ทั้งสองฝั่งมี 5 แต้มจากสองใบแรก Player ต้องจั่ว และ Banker อาจต้องจั่วตามตาราง ผลสุดท้ายอาจเปลี่ยนเป็น Player, Banker หรือยังคง Tie ก็ได้

Player Pair และ Banker Pair ตรวจเฉพาะไพ่สองใบแรกอย่างไร

Player Pair ชนะเมื่อไพ่สองใบแรกของ Player มีหน้าไพ่เดียวกัน ส่วน Banker Pair ใช้หลักเดียวกันกับไพ่สองใบแรกของ Banker เช่น 7 โพแดงกับ 7 ดอกจิกเป็นคู่ เพราะเป็นไพ่เลข 7 เหมือนกัน ดอกต่างกันได้ แต่ 10 กับ K ไม่ถือเป็นคู่ แม้ทั้งสองใบมีค่า 0 แต้มในระบบบาคาร่า

การ เดิมพันคู่ ตรวจเพียงไพ่สองใบแรกเท่านั้น ไพ่ใบที่สามไม่สามารถสร้างหรือทำลายผล Pair ได้ หาก Player ได้ 4 กับ 9 แล้วจั่ว 4 เพิ่มในใบที่สาม รายการ Player Pair ยังแพ้ เพราะสองใบแรกไม่ใช่คู่ ในทางกลับกัน หากสองใบแรกเป็น Q กับ Q รายการ Pair ชนะทันทีตามเงื่อนไข แม้จะมีการแจกไพ่ใบที่สามภายหลัง

Pair เป็นการเดิมพันแยกจากผล Player และ Banker ดังนั้น Player Pair สามารถชนะในรอบที่ Banker เป็นฝ่ายชนะได้ เช่น ไพ่สองใบแรกของ Player เป็น 3 กับ 3 แต่คะแนนสุดท้ายของ Banker สูงกว่า รายการ Player Pair ชนะตามรูปแบบไพ่ ขณะที่รายการ Player แพ้ตามคะแนน หลักสำคัญคือ เดิมพันคู่ตรวจหน้าไพ่ ไม่ได้ตรวจว่าฝั่งนั้นชนะเกมหลักหรือไม่

ใน Lightning Baccarat อัตราพื้นฐานของ Pair อาจถูกปรับจากบาคาร่าแบบทั่วไป เช่น บางตารางกำหนดไว้ที่ 9:1 ก่อนตรวจตัวคูณ ผู้เล่นจึงต้องอ่านอัตราจ่ายของ Player Pair และ Banker Pair แยกจากรายการหลัก

ตัวคูณสายฟ้าทำงานกับตำแหน่งเดิมพันที่ชนะตามเงื่อนไขใด

ตัวคูณจะทำงานเมื่อรายการเดิมพันชนะและไพ่ที่ใช้ตัดสินรายการนั้นตรงกับ Lightning Card ทั้งหน้าไพ่และดอก สำหรับ Player และ Banker ระบบตรวจไพ่ในมือของฝั่งที่ชนะ หากมีไพ่ตรงหนึ่งใบจะใช้ตัวคูณของใบนั้น หากตรงหลายใบจะนำตัวคูณมาคูณต่อกันตามกติกา

สำหรับ Tie ต้องเกิดผลคะแนนเท่ากันก่อน แล้วระบบจึงตรวจไพ่ที่เกี่ยวข้องกับรายการ Tie ตามตารางของเกม ส่วน Player Pair และ Banker Pair ต้องมีคู่ในสองใบแรกก่อน หากไพ่ที่ใช้สร้างคู่นั้นตรงกับ Lightning Card จึงเข้าสู่การคำนวณตัวคูณของรายการ Pair การมีไพ่สายฟ้าแต่ไม่เกิดคู่ไม่ทำให้ Pair ชนะ

ตัวอย่างเช่น Player ได้ 8 โพดำกับ 8 โพแดง ทำให้ Player Pair ชนะ หาก 8 โพดำเป็น Lightning Card 3x รายการ Player Pair จึงมีสิทธิ์ใช้ตัวคูณตามตาราง แต่ผล Player หรือ Banker ยังต้องตัดสินจากคะแนนสุดท้ายอีกครั้ง เพราะการเกิดคู่ไม่ได้ยืนยันว่า Player จะชนะเกมหลัก

ในทางกลับกัน หาก Player ชนะด้วยคะแนนสูงกว่า แต่ไม่มีไพ่ตรงกับ Lightning Card รายการ Player ยังได้รับการจ่ายตามอัตราพื้นฐาน ขณะที่ Player Pair จะชนะหรือแพ้จากสองใบแรกโดยไม่เกี่ยวกับผล Player ระบบจึงต้องแยกประมวลผลแต่ละตำแหน่ง แม้ทุกรายการจะอ้างอิงไพ่ชุดเดียวกัน

สรุปคือ Player, Banker และ Tie ตรวจคะแนน ส่วน Player Pair และ Banker Pair ตรวจรูปแบบไพ่สองใบแรก หลังทราบว่าตำแหน่งใดชนะแล้วจึงตรวจ Lightning Cards และตัวคูณเฉพาะไพ่ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนั้น ไม่สามารถนำไพ่สายฟ้าจากรายการหนึ่งไปเพิ่มผลตอบแทนให้อีกรายการได้

สรุป LUNA เข้าใจบาคาร่าสายฟ้าจากกติกาไพ่สู่การคำนวณตัวคูณ

LUNA อธิบายบาคาร่าสายฟ้าในฐานะเกมที่ใช้ กติกาบาคาร่า มาตรฐานร่วมกับระบบ Lightning Cards ผู้เล่นยังคงเลือก Player, Banker หรือ Tie และตัดสินผลจากคะแนนสุดท้ายของไพ่ โดย A มีค่า 1 แต้ม ไพ่ 2–9 มีค่าตามหน้า ส่วน 10, J, Q และ K มีค่า 0 แต้ม เมื่อผลรวมเกิน 9 จะนับเฉพาะหลักหน่วย ฝั่งที่มีคะแนนใกล้ 9 มากกว่าเป็นผู้ชนะ และคะแนนเท่ากันจึงออก Tie

หากไพ่สองใบแรกของฝั่งใดได้ 8 หรือ 9 จะเป็น Natural และหยุดการจั่ว แต่ถ้าไม่มี Natural ระบบจะใช้กฎไพ่ใบที่สาม Player จั่วเมื่อมี 0–5 แต้มและหยุดเมื่อมี 6–7 แต้ม ส่วน Banker ต้องพิจารณาคะแนนของตนร่วมกับไพ่ใบที่สามของ Player กฎเหล่านี้ทำงานอัตโนมัติและไม่เปลี่ยนตามตัวคูณที่ปรากฏ

หลังปิดรับเดิมพัน ระบบจะสุ่ม Lightning Cards จำนวน 1–5 ใบจากสำรับเสมือน พร้อมกำหนดตัวคูณ 2x, 3x, 4x, 5x หรือ 8x ไพ่ที่จะเข้าเงื่อนไขต้องตรงทั้งหน้าและดอกกับไพ่จริงในตำแหน่งที่ชนะ หากตรงหนึ่งใบจะใช้ตัวคูณของใบนั้น หากตรงหลายใบจะนำค่ามาคูณต่อกัน แต่ไพ่สายฟ้าในฝั่งแพ้ไม่สามารถเปลี่ยนผลหรือเพิ่มยอดให้ฝั่งชนะได้ หลักสำคัญคือ คะแนนตัดสินผู้ชนะ ส่วน Lightning Cards ใช้คำนวณผลตอบแทน

Player Pair และ Banker Pair แยกจากการเดิมพันหลัก เพราะตรวจเฉพาะว่าไพ่สองใบแรกของฝั่งนั้นมีหน้าเดียวกันหรือไม่ การเกิด Pair ไม่ได้หมายความว่าฝั่งดังกล่าวจะชนะ Player หรือ Banker และไพ่ใบที่สามไม่มีผลต่อการตัดสินคู่

บาคาร่าสายฟ้ารุ่นมาตรฐานยังมี Lightning Fee 20% เพิ่มจากเงินเดิมพัน เช่น เดิมพัน 100 หน่วยจะมียอดตัดจริง 120 หน่วย เมื่อผลออก Tie เงินเดิมพัน Player หรือ Banker จะถูกคืน แต่ค่าธรรมเนียมไม่คืน ผู้เล่นจึงควรแยก เงินเดิมพันตั้งต้น ค่าธรรมเนียม และยอดรับสุทธิ ออกจากกันก่อนประเมินผลของแต่ละรอบ

การตรวจรายการที่ถูกต้องควรเริ่มจากหมายเลขรอบ ตำแหน่งที่เลือก ยอดเดิมพันและค่าธรรมเนียม ตามด้วยผล Player, Banker หรือ Tie ไพ่ที่แจกจริง Lightning Cards และตัวคูณที่เข้าเงื่อนไข ประวัติย้อนหลังใช้ตรวจสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น ไม่สามารถบอก Lightning Cards หรือผลของรอบถัดไปได้ การเข้าใจลำดับทั้งหมดนี้ช่วยให้อ่านบาคาร่าสายฟ้าตามข้อมูลจริง โดยไม่สับสนระหว่าง ผลของไพ่ ตัวคูณ และยอดสุทธิที่ได้รับ

คำถามสำคัญเกี่ยวกับ LUNA บาคาร่าสายฟ้าและการทำงานของตัวคูณ

บาคาร่าสายฟ้าแตกต่างจากบาคาร่าแบบปกติอย่างไร

บาคาร่าสายฟ้ายังคงใช้การนับแต้ม กฎ Natural กฎไพ่ใบที่สาม และการตัดสิน Player, Banker หรือ Tie แบบบาคาร่า แต่เพิ่ม Lightning Round หลังปิดรับเดิมพัน ระบบจะสุ่ม Lightning Cards พร้อมตัวคูณ แล้วนำไปตรวจเทียบกับไพ่ในตำแหน่งที่ชนะหลังจบรอบ

ระบบจะเลือก Lightning Cards หลังหมดเวลารับเดิมพันและก่อนดีลเลอร์แจกไพ่ ผู้เล่นจึงไม่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งหรือยอดเดิมพันหลังเห็นไพ่สายฟ้าได้ ในแต่ละรอบจะสุ่มไพ่ 1–5 ใบจากสำรับเสมือน พร้อมกำหนดตัวคูณ 2x, 3x, 4x, 5x หรือ 8x ให้แต่ละใบ

ไม่ได้ ผลของรอบตัดสินจากคะแนนสุดท้ายของ Player และ Banker เท่านั้น ตัวคูณมีหน้าที่ปรับผลตอบแทนหลังทราบผู้ชนะแล้ว เช่น Player มี 6 แต้มพร้อมไพ่ 8x แต่ Banker มี 7 แต้ม ผลยังคงเป็น Banker เพราะ ตัวคูณไม่ถูกนำไปรวมกับแต้มไพ่

ต้องตรงทั้งหน้าไพ่และดอก เช่น Lightning Card คือ 7 โพดำ ไพ่ 7 โพแดงจะไม่ถือว่าตรง แม้มีค่า 7 แต้มเท่ากัน ส่วนไพ่ 10, J, Q และ K มีค่า 0 แต้มเหมือนกัน แต่ยังเป็นไพ่คนละหน้าและใช้แทนกันไม่ได้

รายการยังถือว่าชนะ แต่ระบบจะใช้อัตราจ่ายพื้นฐานของตำแหน่งนั้นโดยไม่มีตัวคูณเพิ่มเติม ผู้เล่นยังต้องนำ Lightning Fee มาคิดเป็นต้นทุนด้วย จึงควรแยกระหว่างยอดรับทั้งหมดกับกำไรสุทธิจริง

ระบบจะนำตัวคูณของไพ่ที่ตรงกันมาคูณต่อกัน ไม่ใช่นำมาบวก เช่น ไพ่สายฟ้า 2x และ 4x ในมือที่ชนะจะสร้างตัวคูณรวม 8x ส่วน 2x, 3x และ 5x จะรวมเป็น 30x ทั้งนี้ต้องเป็นไพ่ที่เข้าเงื่อนไขของรายการชนะจริงทั้งหมด

ไม่มีผล หาก Banker ชนะ แต่ Lightning Card อยู่เฉพาะในมือ Player ผู้เลือก Banker จะชนะตามอัตราพื้นฐานโดยไม่สามารถนำตัวคูณจาก Player มาใช้ ส่วนผู้เลือก Player ยังแพ้ เพราะการมีไพ่สายฟ้าไม่สามารถชดเชยคะแนนที่ต่ำกว่าได้

เดิมพันตั้งต้น 100 หน่วยจะมี Lightning Fee 20 หน่วย ทำให้ยอดที่ตัดจริงเท่ากับ 120 หน่วย ค่าธรรมเนียมไม่ใช่เงินเดิมพันที่นำไปคูณเพิ่ม แต่เป็นต้นทุนสำหรับระบบ Lightning Cards จึงต้องตรวจยอดรวมก่อนกดยืนยันทุกครั้ง

เงินเดิมพันตั้งต้นของ Player และ Banker จะถูกคืน แต่ Lightning Fee ไม่คืน ตัวอย่างเช่น เดิมพัน Player 100 หน่วยและมีค่าธรรมเนียม 20 หน่วย หากผลออก Tie จะได้รับเงินเดิมพัน 100 หน่วยคืน แต่ยังเสียค่าธรรมเนียม 20 หน่วย ส่วนผู้ที่เลือก Tie จะได้รับการคำนวณตามอัตราจ่ายของตำแหน่ง Tie

หาก Player หรือ Banker มี 8 หรือ 9 แต้มจากไพ่สองใบแรก จะเป็น Natural และหยุดการจั่วไพ่เพิ่ม จากนั้นระบบจะเปรียบเทียบคะแนนทันที หากทั้งสองฝั่งมีคะแนนเท่ากันจะออก Tie แต่ถ้าคะแนนต่างกัน ฝั่งที่มีคะแนนสูงกว่าเป็นผู้ชนะ

ไม่เหมือนกัน Player จั่วเมื่อไพ่สองใบแรกมี 0–5 แต้มและหยุดเมื่อมี 6–7 แต้ม ส่วน Banker ต้องพิจารณาคะแนนของตนร่วมกับค่าของไพ่ใบที่สามของ Player หาก Player ไม่จั่ว Banker จะจั่วเมื่อมี 0–5 แต้มและหยุดเมื่อมี 6–7 แต้ม การจั่วทั้งหมดเป็นกฎบังคับ ผู้เล่นและดีลเลอร์ไม่สามารถเลือกเองได้